พระกรุณาธิคุณด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อปวงชนชาวไทย

16 ม.ค. 2567
10

          ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนชาวไทย เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยทรงมีพระปณิธานแน่วแน่ในการพระราชทานความช่วยเหลือด้านการแพทย์ พยาบาล และการสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานแก่ประชาชนชาวไทยให้ห่างไกลปลอดภัยจากโรคต่าง ๆ อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม นับตั้งแต่ที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทรงดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) เมื่อปีพุทธศักราช 2552 เป็นต้นมา เพื่อสืบสานตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี “พระมารดาแห่งการสาธารณสุขไทย” และพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในการเสด็จไปทรงตรวจเยี่ยมเพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์ พอ.สว. ทั่วประเทศ

          เปิดศักราชปี 2567 นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวง แก่ประชาชนชาวไทยในท้องถิ่นอีสาน  ที่ได้เสด็จมาทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุขด้วยพระองค์เอง ในการพระราชทานโอกาสและการเข้าถึงการรักษาพยาบาล การป้องกันโรค การส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพอนามัยของประชาชนผู้เจ็บป่วยที่ยากไร้อย่างมีคุณภาพ ภายใต้การดำเนินงานของ หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ พอ.สว. ในพื้นที่ของจังหวัดยโสธร จังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 9-12 มกราคม 2567

          เมื่อเสด็จไปถึงพื้นที่ทรงงาน ได้พระราชทานพระวโรกาสให้แพทย์ผู้ตรวจรักษานำผู้ป่วยเฝ้า ซึ่งพบว่าป่วยเป็นโรคเรื้อรังที่มีความรุนแรง อาทิ โรคมะเร็งปอด โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและต่อมน้ำเหลืองอักเสบ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคกระดูกสันหลังผิดปกติ โรคลิ้นหัวใจรั่ว โดยทรงมีพระปฏิสันถารอย่างใกล้ชิดกับผู้ป่วยในแต่ละรายด้วยความห่วงใยและสนพระทัยยิ่ง พร้อมกับทรงมีพระวินิจฉัยร่วมกับคณะแพทย์ผู้ดูแล เพื่อหาแนวทางการรักษาอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ทรงมีพระเมตตารับผู้ป่วยที่นำเฝ้าทุกรายไว้เป็นคนไข้ในพระอนุเคราะห์ เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด พร้อมกับพระราชทานเงินช่วยเหลือจากมูลนิธิจุฬาภรณ์ แก่ผู้ป่วยในพระอนุเคราะห์ เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการเดินทางไปรักษาตัวต่อไป ซึ่งมูลนิธิจุฬาภรณ์ เป็นหน่วยงานในพระดำริฯ ที่ดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์ด้านต่าง ๆ เพื่อสงเคราะห์ช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้และด้อยโอกาสทั่วประเทศ ตลอดจนส่งเสริมการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์และสาธารณสุข อันเป็นประโยชน์โดยรวมของประเทศ

         ในการเสด็จไปทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์ พอ.สว. แต่ละครั้ง ยังทรงให้ความสำคัญกับการให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ ได้มีโอกาสเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ และฝึกฝนความคิดสร้างสรรค์ เพื่อจะได้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี เป็นอนาคตของประเทศชาติต่อไป จึงได้พระราชทานอุปกรณ์การเรียน และสื่อที่ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการทุกด้านของเด็ก อาทิ เครื่องเขียน สมุดวาดภาพระบายสีและของเล่นเด็ก แก่เด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาล และประถมศึกษาปีที่ 1 ของสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่

          พร้อมกันนี้ พระราชทานเข็มเครื่องหมายกรรมการ อนุกรรมการ แก่ผู้แทนกรรมการ อนุกรรมการ พอ.สว. ประจำจังหวัด และพระราชทานเข็มเครื่องหมาย พอ.สว. เข็มพระนามาภิไธยย่อ สว. และโล่ แก่อาสาสมัคร พอ.สว. ยังความปลื้มปีติและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน พอ.สว.ทุกคนที่มีจิตสาธารณะ รู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบ เสียสละอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ

          ในการนี้ ทรงนำสมาชิก พอ.สว. ร่วมขับร้องเพลงพระนิพนธ์ “เลือดหยดเดียว” พร้อมพระราชทานพระดำรัสเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนและปฏิบัติงานอย่างรอบคอบ และมีสติ อันก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม และประเทศชาติ โดยขอเชิญพระดำรัสในโอกาสที่ได้เสด็จไปทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์ พอ.สว. ประจำจังหวัดยโสธร เมื่อวันที่ 9 มกราคม พุทธศักราช 2567 ณ โรงเรียนเลิงนกทา อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ความตอนหนึ่งว่า… “…ไม่ว่าจะเป็นสัตวแพทย์ หรือ แพทย์ เราก็ต้องมีหน้าที่ที่จะต้องช่วยชีวิต หรือลดความทุกข์ทรมานผู้ป่วยของเรา แล้วอยากขอร้องว่าให้ทุกคนทำด้วยใจอย่างเต็มที่…เราต้องช่วยผู้ป่วยโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง คือ เป็นการทำดีโดยไม่หวังผล …เชื่อว่า พอ.สว. ทำได้ …จะต้องทำงานเพื่อช่วยประชาชน…”

          สำหรับการออกปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ พอ.สว.ประจำจังหวัดยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ในครั้งนี้  โปรดให้หน่วยแพทย์พระราชทานโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ออกปฏิบัติงานร่วมกับโรงพยาบาลประจำจังหวัด และโรงพยาบาลประจำท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ อาทิ โรงพยาบาลยโสธร โรงพยาบาลเลิงนกทา โรงพยาบาลพนา โรงพยาบาลประชาราษฎร์วงษา โรงพยาบาลเขื่องใน สาธารณสุขจังหวัด  และสาธารณสุขประจำท้องถิ่น  โดยให้บริการตรวจสุขภาพและรักษาโรคทั่วไป บริการด้านทันตกรรมที่ให้บริการตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน  บริการด้านการแพทย์แผนไทย และตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ มีประชาชนเข้ารับบริการตรวจรักษา รวมทั้งหมด 626 คน ปัญหาสุขภาพที่พบส่วนใหญ่ เช่น โรคระบบกล้ามเนื้อกระดูกและข้อ โรคระบบทางเดินอาหาร โรคระบบประสาทและสมอง เป็นต้น

          จากการที่ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยที่เจ็บป่วย และด้อยโอกาสในทุกแห่งหนอย่างต่อเนื่องและยาวนาน โดยมิทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย หรือย่อท้อต่ออุปสรรคแต่อย่างใด ด้วยทรงตั้งมั่นในพระปณิธานเพื่อดำเนินรอยตามพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และทรงระลึกถึงพระราชดำรัสของพระบรมราชชนกอยู่เสมอว่า “ให้ดูแลสุขภาพพลานามัยของประชาชนให้ดีที่สุด…อย่างเต็มความสามารถ”  จึงเป็นแรงบันดาลพระทัยให้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและปวงชนชาวไทย

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักองค์ประธาน
สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
15 มกราคม 2567

แท็ก

แชร์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสารล่าสุด