ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานพระวโรกาสให้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทัฟส์ สหรัฐอเมริกา และคณะ เฝ้า

20 มี.ค. 2569
0

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569 ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จออก ณ ชั้น 11 อาคารอัครราชกุมารี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร พระราชทานพระวโรกาสให้ ศาสตราจารย์ซูนิล กูมาร์ (Sunil Kumar) อธิการบดีมหาวิทยาลัยทัฟส์ สหรัฐอเมริกา และคณะ เฝ้ากราบทูลขอพระราชทานแนวทางความร่วมมือทางด้านการวิจัยและวิชาการ ระหว่างมหาวิทยาลัยทัฟส์ (Tufts University) กับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ ซึ่งสืบเนื่องมาจากการเสด็จไปทรงเข้าร่วมประชุมสุดยอดด้านสุขภาพ หรือ Health Summit ณ มหาวิทยาลัยทัฟส์ สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2566 ที่จัดขึ้นเพื่อหารือในด้านความมั่นคงทางสุขภาพและโรคระบาด รวมถึงแลกเปลี่ยนความรู้ในด้านการพัฒนายา และระบบสาธารณสุขของมนุษย์และสัตว์ ตามแนวทางสุขภาพหนึ่งเดียว หรือ One Health ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางสุขภาพหนึ่งเดียวขององค์การอนามัยโลก คือ ต้องอาศัยความรู้และความร่วมมือจากสหสาขาวิชา เนื่องจากสภาวะสุขภาพของคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ล้วนเชื่อมโยงกัน

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงสนพระทัยที่จะมีความร่วมมือเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาการ มหาวิทยาลัยทัฟส์ จึงมีความมุ่งมั่นที่จะแสวงหาความร่วมมือ และขอพระราชทานพระวินิจฉัยในการสร้างความร่วมมือทางด้านการวิจัยและวิชาการ ระหว่างมหาวิทยาลัยทัฟส์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ ในอนาคต และจะนำไปสู่ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการที่มีบทบาทสำคัญในด้านการพัฒนายา รวมถึงวิทยาการทางการแพทย์ และระบบสาธารณสุขให้ได้มาตรฐานต่อไป

ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ยังทรงมุ่งมั่นที่จะแสวงหาความร่วมมือกับนานาประเทศ และตั้งพระปณิธานในการส่งเสริมสุขภาพอนามัยที่ดีของประชาชน ด้วยการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ทรงอุทิศพระองค์เพื่อศึกษาวิจัยด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีให้กับส่วนรวม ภายใต้หลักสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) อันจะช่วยสร้างความมั่นคงทางการแพทย์แก่ประชาชนและประเทศชาติสืบต่อไป

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักประธานสถาบัน
20 มีนาคม 2569

แท็ก

แชร์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสารล่าสุด

ล่าสุด