การเสด็จทรงงานทางวิชาการ เดือนพฤษภาคม 2568 ณ สมาพันธรัฐสวิส

17 ธ.ค. 2568
0

การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับนานาชาติ
เพื่อความมั่นคงทางยาจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติของประเทศ

ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทรงแสวงหาความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหน่วยงานหรือสถาบันการศึกษาระดับชาติและนานาชาติที่มีชื่อเสียงและมีบทบาทสำคัญต่อวงการวิทยาศาสตร์สาขาวิชาเคมี ด้วยมีพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลในการบูรณาการความรู้ทางเคมีร่วมกับการพัฒนายาจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติของประเทศ โดยการวิจัยค้นหาสรรพคุณทางยาและ
องค์ประกอบทางเคมีจากพืชสมุนไพรไทย ที่สามารถนำไปสู่การค้นพบสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพอย่างหลากหลาย เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกการพัฒนายาชนิดใหม่สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง และโรคเฉพาะทางอื่น ๆ อันจะช่วยส่งเสริมความมั่นคงทางยาและพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศไทยให้มีความก้าวหน้าสู่ระดับสากล

สำหรับการเสด็จไปเยือนสมาพันธรัฐสวิสในระหว่างเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจทางวิชาการด้านงานวิจัยเคมีและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติกับคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจนีวา ที่มีความเป็นเลิศทางด้านการวิจัยสาขาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาค้นคว้าสารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ ซึ่งศาสตราจารย์ ฟรองซัวส์ เบลองเฌร์ (Professor François Bellanger) ผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเจนีวา พร้อมด้วยผู้บริหารและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยฯ เฝ้ารับเสด็จ และได้ถวายการบรรยายถึงแนวทางการดำเนินงานวิจัยของคณะฯ โดยองค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ได้ทรงหารือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่นำไปสู่ความสำเร็จในการวิจัยทางเคมี เภสัชวิทยา และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ซึ่งมีแนวทางการวิจัยที่อาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่และความก้าวหน้าของการพัฒนางานวิจัยเคมี ในการแยกและสกัดสารสำคัญในพืชและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ จากธรรมชาติ รวมถึงฤทธิ์ทางยาของสารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพ อาทิ สารต้านอนุมูลอิสระ สารต้านแบคทีเรีย และสารยับยั้งเซลล์มะเร็ง โดยมุ่งหวังเพื่อใช้เป็นยาทางการแพทย์ต่อไปในอนาคต

ในโอกาสเดียวกันนี้ เสด็จไปทอดพระเนตรกระบวนการวิจัยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติของห้องปฏิบัติการเฉพาะทางสำหรับการแยกสารและทำให้สารต่าง ๆ มีความบริสุทธิ์ด้วยวิธี “โครมาโตกราฟีของเหลวความดันสูง” ซึ่งเป็นเทคนิคทางเคมีที่ใช้ในการแยกสารต่าง ๆ ที่ผสมอยู่ในตัวอย่างสารสกัดผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ รวมถึงการใช้เครื่องมือตรวจวัดมวลโมเลกุล เพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์โครงสร้างของสารประกอบขั้นสูง

ทั้งนี้ ทิศทางและการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยเจนีวา ถือได้ว่ามีความสอดคล้องกับพระปณิธานขององค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ในการนำวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน จากพระนโยบายภายใต้การขับเคลื่อน

การดำเนินงานโดยสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ที่มุ่งเน้นการวิจัยขั้นสูงด้วยมาตรฐานสากล ดังจะเห็นได้จากกระบวนการวิจัยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ผ่านมาของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ส่งผลให้เกิดความก้าวหน้าในวงการวิทยาศาสตร์ไทย ทั้งประโยชน์ทางการแพทย์และการพัฒนายาจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัยและ
ได้มาตรฐาน

การเสด็จไปทรงร่วมหารือกับคณะผู้บริหารและคณาจารย์ มหาวิทยาลัยเจนีวา ณ สมาพันธรัฐสวิสในครั้งนี้ ได้สร้างแนวทางความร่วมมือในงานวิจัยรวมถึงการแลกเปลี่ยนบุคลากรนักวิจัย นักศึกษาร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยเจนีวากับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ ซึ่งก่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและยกระดับคุณภาพงานวิจัย ที่นับเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการเพื่อขยายความก้าวหน้าผลงานวิจัยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติอย่างหลากหลาย พร้อมการเข้าถึงองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและวิทยาการที่มีบทบาทต่อการยกระดับงานวิจัยในผลิตภัณฑ์ธรรมชาติของไทย พร้อมช่วยสนับสนุนแนวทางการป้องกันและ

รักษาโรคอย่างแม่นยำ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ยิ่งต่อการดูแลสุขภาพอนามัยที่ดีแก่ประชาชน

แท็ก

แชร์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสารล่าสุด