การใช้ประโยชน์เทคโนโลยี Transcriptome ในงานวิจัยยาสมุนไพร

01 ก.พ. 2567
10

ดร. สุทธิพงษ์ ชูจันทร์ และ รศ. ดร. ภญ. จุฑามาศ สัตยวิวัฒน์
ห้องปฏิบัติการวิจัยเภสัชวิทยา

Transcriptome คืออะไร

ทรานสคริปโตม (transcriptome) หมายถึง RNA ทั้งหมดในเซลล์ (total RNA) ประกอบด้วย coding RNA และ non-coding RNA โดยเกิดจากการแสดงออกของยีนส์ทั้งหมดในจีโนม จากการศึกษาในจีโนมมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์ได้คาดการณ์จำนวนยีนส์ของมนุษย์ไว้ประมาณ 20,000 ยีนส์ แต่พบว่าการแสดงออกของยีนส์ทั้งหมดภายในเซลล์ มีความซับซ้อนหลากหลายมากกว่านั้น โดยขึ้นอยู่กับความแตกต่างของเซลล์ในแต่ละอวัยวะ และการตอบสนองต่อสภาวะต่างๆ รวมทั้งกระบวนการดัดแปลงของ RNA transcript (RNA processing) ในเซลล์และอวัยวะที่ต่างชนิดกัน โดยเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้เกิดความหลากหลายและแตกต่างของยีนในจีโนมของมนุษย์ ดังนั้น การศึกษาการแสดงออกของ RNA ทั้งระบบ หรือ ทรานสคริปโตม จึงเป็นประโยชน์ในการทำความเข้าใจถึงภาพรวมของกลไกและสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากพันธุกรรม รวมไปถึงการตอบสนองของยาหรือสารพิษในระดับชีวโมเลกุล โดยผ่านการแสดงออกของ RNA ทั้งจีโนมหรือระดับทรานสคริปโตม

ภาพที่ 1 แสดงแผนภาพลำดับการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จาก RNA transcript เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มตัวอย่างในคนปกติ และผู้ที่เป็นโรค โดย RNA ที่ได้ทั้งหมดจะถูกนำไปหาลำดับเบส ระบุชื่อยีนส์ และหาปริมาณการแสดงออกของยีนส์ทั้งหมด โดยยีนส์ที่มีการแสดงออกมากขึ้นและลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือ Differentially Expressed Genes (DEGs) จะถูกนำไปวิเคราะห์ต่อเพื่อหาว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลไกใดและการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่ทำให้เกิดโรค

เนื่องจากการวิเคราะห์ทรานสคริปโตมมีปริมาณข้อมูลจำนวนมากของยีนส์ที่เปลี่ยนแปลง การวิเคราะห์ข้อมูลจึงต้องใช้กระบวนการทางชีวสารสนเทศ หรือ bioinformatics เข้ามาช่วยในการรวบรวม จัดการและวิเคราะห์ข้อมูลของยีนส์ หรือ RNA transcript ซึ่งจาก ภาพที่ 1 การวิเคราะห์ทรานสคริปโตมจะทำเพื่อหาการเปลี่ยนแปลงในภาพใหญ่โดยใช้ Clustering heatmap เพื่อแยกรูปแบบการแสดงออกของยีนส์ (expression pattern) ซึ่งจะทำให้เห็นความแตกต่างของ RNA transcript ของคนปกติและกลุ่มผู้ป่วย จากนั้นจะนำยีนส์ทั้งหมดที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญไปวิเคราะห์ว่ามีความเกี่ยวข้องกับวีถีการส่งสัญญาณหรือกลไกใด (signaling pathways) นอกจากนี้ยังสามารถนำยีนส์ทั้งหมดไปวิเคราะห์โครงข่ายโปรตีน (protein-protein interaction network) เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างยีนส์ด้วยกันเองและยีนส์ที่เป็นเป้าหมายสำคัญ (hub-gene) เพื่อนำไปศึกษาต่อ

การหากลไกการออกฤทธิ์ของยาสมุนไพรโดยการประยุกต์ใช้ทรานสคริปโตมและเภสัชวิทยาโครงข่าย

ปัจจุบันการศึกษาด้านข้อมูลทางเทคโนโลยีที่วิเคราะห์องค์รวมของชีวสารสนเทศศาสตร์ หรือ Bioinformatics โดยการใช้ข้อมูลผ่าน “เทคโนโลยีโอมิกส์” (Omics Technologies) โดยเฉพาะทรานสคริปโตม ยังสามารถนำมาใช้ประยุกต์เพื่อตรวจวัดข้อมูลที่เกี่ยวกับกลไกการออกฤทธิ์ของสารพิษ ยาแผนปัจจุบัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งยาสมุนไพรซึ่งประกอบด้วยสารสำคัญหลากหลายชนิด โดยสามารถศึกษาการทำงานของสารสำคัญจำนวนมากได้พร้อมกัน เพื่อหาความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดจากสารสำคัญในยาสมุนไพรที่ต้องการตรวจสอบ โดยเน้นการระบุฤทธิ์เชิงชีวภาพของสารสมุนไพรต่อโมเลกุลเป้าหมายผ่านการทดสอบกับเซลล์เพาะเลี้ยงจากอวัยวะมนุษย์ (cell culture) จึงสามารถบอกให้ทราบถึงการออกฤทธิ์ของสารสำคัญในสมุนไพรที่มีความแม่นยำสูงของสมุนไพรได้หลากหลายชนิดซึ่งเรียกว่า เภสัชวิทยาโครงข่ายหรือ network pharmacology

ภาพที่ 2 แสดงแนวความคิดและวิธีการประยุกต์ใช้การวิเคราะห์ transcriptome กับงานวิจัยทางเภสัชวิทยาโครงข่าย หรือ network pharmacology เพื่อหากลไกที่สำคัญและเป้าหมายการออกฤทธิ์ของสารสกัดสมุนไพรหรือสารสำคัญ และนอกจากกลไกการออกฤทธิ์แล้วยังสามารถนำไปเป็นข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยของยาสมุนไพรได้อีกด้วย โดยสารสกัดจากสมุนไพรจะถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อหายีนส์ กลไกสำคัญในการออกฤทธิ์ และโรคที่มีกลไกสำคัญปรากฏอยู่ ซึ่งจากการวิเคราะห์เภสัชวิทยาโครงข่าย จะช่วยระบุถึงกลไกที่เป็นเป้าหมายของโรคที่ยาสมุนไพรสามารถออกฤทธิ์ได้

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทรานสคริปโตมและเภสัชวิทยาโครงข่ายไม่เพียงช่วยสร้างโอกาสมากมายให้แก่อนาคตของวงการสมุนไพร แต่ยังสามารถยกระดับผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชนให้มีมาตรฐาน สร้างความรู้ความเข้าใจ เพื่อปรับปรุงตำรับยาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคให้เข้าถึงการรักษาที่หลากหลาย ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนยารักษาโรค ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในสถานการณ์โรคระบาดในปัจจุบันและในอนาคต

ข้อจำกัดของเทคโนโลยี Transcriptomics

ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีของการวิจัยในระดับจีโนมจะมีความทันสมัยและก้าวหน้าอย่างมาก แต่การศึกษาและทำความเข้าใจข้อมูลทางชีวภาพไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากปริมาณข้อมูลของทั้งจีโนมมนุษย์มีปริมาณมากและมีความซับซ้อนที่เกี่ยวโยงกันเป็นระบบ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ และรวบรวมข้อมูล เช่น Big data, Machine learning, Artificial Intelligence อาจจะเกิดความผิดพลาดได้ ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์หรือนักวิจัยจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจ และความระมัดระวังอย่างสูง รวมทั้งอาจจะมีความคลาดเคลื่อนไปจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในร่างกายมนุษย์ ดังนั้นการยืนยันผลในหลอดทดลอง (In Vitro) หรือข้อมูลทางคลินิกจึงควรถูกนำมาพิจารณาร่วมด้วย ให้มีความสมบูรณ์ของข้อมูล เที่ยงตรงและแม่นยำมากขึ้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เพิ่มขึ้น

เอกสารอ้างอิง

ภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, ทรานสคริปโตมของมนุษย์, ทรานสคริปโตมิกส์และการประยุกต์ (Human Transcriptome, Transcriptomics, and Applications) [ออนไลน์]. 2548, แหล่งที่มา : https://www.si.mahidol.ac.th/department/Biochemistry/home/articles/transcriptomics%20synopsis.htm ค้นเมื่อ 1 เมษายน 2567

สุจารีย์ วัฒนรัตน์, Multi Omics –การหลอมรวมของเทคโนโลยีชีวภาพที่จะมาเปลี่ยนชีวิตของมนุษย์ [ออนไลน์]. 2565, แหล่งที่มา : https://futurist.nida.ac.th/multi-omics ค้นเมื่อ 1 เมษายน 2567

Casamassimi, A., Federico, A., Rienzo, M., Esposito, S., & Ciccodicola, A. (2017). Transcriptome Profiling in Human Diseases: New Advances and Perspectives. International journal of molecular sciences18(8), 1652. https://doi.org/10.3390/ijms18081652

Chujan, S., Nakareangrit, W., Suriyo, T., & Satayavivad, J. (2023). Integrated Transcriptomics and Network Analysis of Potential Mechanisms and Health Effects of Convalescent COVID-19 Patients. Bioinformatics and biology insights, 17, 11779322231206684. https://doi.org/10.1177/11779322231206684

Noor, F., Tahir Ul Qamar, M., Ashfaq, U. A., Albutti, A., Alwashmi, A. S. S., & Aljasir, M. A. (2022). Network Pharmacology Approach for Medicinal Plants: Review and Assessment. Pharmaceuticals, 15(5), 572. https://doi.org/10.3390/ph15050572

 

 

แท็ก

แชร์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสารล่าสุด

ล่าสุด