Announcement

Other Links

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
เสด็จเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มูลนิธิแพทย์อาสา
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)
ณ จังหวัดขอนแก่น หนองบัวลำภู หนองคาย และอุดรธานี
ระหว่างวันที่ 9 - 15 พฤศจิกายน 2560


     นับตั้งแต่ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ ทรงดำรงตำแหน่งเป็นประธานกิตติมศักดิ์ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทรงตั้งพระทัยอย่างแน่วแน่ด้วยพระวิริยอุตสาหะในการพัฒนาการดำเนินงานด้านการแพทย์และการสาธารณสุขให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ทรงมีพระปณิธานอันมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือประชาชนชาวไทยที่ยากไร้ให้ห่างไกลจากความเจ็บป่วย มีสุขอนามัย และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศด้านการสาธารสุขอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

     สำหรับการปฏิบัติพระกรณียกิจในครั้งนี้ ได้เสด็จไปทรงติดตามการทำงานของหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) หน่วยแพทย์พระราชทานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ประกอบด้วย โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่โปรดให้ร่วมปฏิบัติงานออกตรวจรักษาโรคแก่ผู้เจ็บป่วยที่ยากไร้ รวมถึงโปรดให้ หน่วยสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ ร่วมออกตรวจรักษาโรคและให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงของราษฎร ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ จังหวัดขอนแก่น หนองบัวลำภู หนองคาย และอุดรธานี ตามลำดับ ระหว่างวันที่ 9 - 15 พฤศจิกายน 2560

     เมื่อพสกนิกรในพื้นที่แต่ละแห่งนี้ ได้ทราบข่าวการเสด็จครั้งนี้ ต่างมีความปลื้มปีติ พร้อมใจกันเดินทางมาเฝ้ารับเสด็จด้วยความหวังที่จะได้ชื่นชมในพระบารมีอย่างใกล้ชิด ซึ่งตลอดเส้นทางในการเสด็จพระดำเนินไปในแต่ละพื้นที่นั้น จะมีราษฎรจำนวนมากมาเฝ้ารอรับเสด็จกันอย่างเนืองแน่น และยังร่วมใจกันเปล่งเสียงถวายพระพร “ทรงพระเจริญ” พร้อมโบกธงชาติไทยปลิวไสว นับเป็นภาพที่น่าปลื้มปีติยิ่ง เพราะสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยมีความจงรักภักดี และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเต็มเปี่ยม

     นอกจากนี้ ยังมีราษฎรที่ได้รับความทุกข์ทรมานกับความเจ็บป่วยอีกเป็นจำนวนมาก ที่เฝ้าติดตามการเสด็จมาทรงงาน พอ.สว. ณ จังหวัดที่ตนเองพำนักอยู่ ด้วยความหวังที่จะได้รับโอกาสในการรับการรักษาอาการเจ็บป่วย โดยในแต่ละพื้นที่ จะมีผู้ป่วยจำนวนมากมาขอรับบริการตรวจรักษา รวมถึงมีผู้ป่วยตั้งแต่เด็กวัยทารก จนถึงผู้สูงอายุซึ่งมีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงต่าง ๆ เรื้อรังมานาน ยากต่อการรักษา และที่สำคัญมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงมาก อาทิ โรค SLE หรือโรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง โรคมะเร็งเต้านม โรคหัวใจพิการตั้งแต่กำเนิด โรคไส้เลื่อน โรคลมชัก และโรคเหงื่อออกเป็นเลือด เป็นต้น

     ทั้งนี้ เมื่อคณะแพทย์ พอ.สว ร่วมกับหน่วยแพทย์พระราชทานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ได้ทำการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยด้วยโรคที่ร้ายแรงแต่ละราย ในเบื้องต้นแล้ว จะนำผู้ป่วยเฝ้ากราบทูลถวายรายงานต่อ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี องค์ประธานกิตติมศักดิ์ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) เพื่อจะขอพระราชทานพระวินิจฉัย

     โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จะทรงมีพระวินิจฉัยร่วมกับแพทย์ผู้ทำการตรวจรักษาคนไข้แต่ละราย พร้อมกับทรงซักถามอาการ ความเป็นอยู่กับผู้ป่วยและญาติของผู้ป่วยที่นำเฝ้าอย่างไม่ถือพระองค์ จากนั้น จึงทรงมีพระวินิจฉัยในการรับผู้ป่วยที่นำเฝ้าไว้เป็นคนไข้ในพระอนุเคราะห์ และโปรดให้ส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด หรือส่งต่อไปยังโรงพยาบาลส่วนกลางที่มีบุคลากรและเครื่องมือทางการแพทย์ที่ครบครันเพื่อให้ผู้ป่วยในพระอนุเคราะห์แต่ละรายได้รับการรักษาที่ดีที่สุดต่อไป

     และไม่เพียงแต่จะทรงดูแลเฉพาะผู้ป่วยที่รับไว้ในพระอนุเคราะห์เท่านั้น แต่ยังทรงห่วงใยครอบครัวของผู้ป่วย โดยได้พระราชทานเงินช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวของผู้ป่วยที่ยากไร้อีกด้วย ยังความซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แก่ผู้ป่วยในพระอนุเคราะห์ ตลอดจนครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง

     ดั่งความในใจส่วนหนึ่งของผู้ป่วยในพระอนุเคราะห์ ที่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อพระองค์จากการเสด็จไปในครั้งนี้

นายเพชร แก่นหามูล อายุ 71 ปี จังหวัดขอนแก่น
ป่วยด้วยโรค ไส้เลื่อน (Incisional Hernia)
ได้รับการส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น
“ … ตนเองป่วยมานาน เคยผ่าตัดและรักษามานานก็ไม่หายเสียที สังเกตตนเองว่าท้องบวมขึ้นเรื่อยๆ วันนี้นับเป็นบุญหลายๆ ที่จะได้เป็นคนไข้ของพระองค์ท่าน และจะได้รับการรักษาที่ดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งตื่นเต้นและดีใจที่จะได้เฝ้าพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด ...”



ด.ญ. ญาณัจฉรา สอนเฒ่า อายุ 11 เดือน
จังหวัดหนองบัวลำภู

ป่วยด้วยโรคตาบอดทั้ง 2 ข้าง และพัฒนาการช้า
(Blindness both eyes with delayed development )
ได้รับการส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์
จังหวัดขอนแก่น
“ ...ทันทีที่ทราบข่าวว่าจะมีออกหน่วยแพทย์ พอ.สว. วันนี้ก็รีบเดินทางพาหลานสาวมารักษา เชื่อมั่นว่าหมอเก่งมาก แต่ไม่คาดหวังมาก่อนเลยว่าจะมีโอกาสเฝ้าพระองค์ท่าน และเป็นคนไข้ในพระอนุเคราะห์ด้วย ดีใจมากเหลือเกิน หวังอยากให้หลานคนนี้มองเห็นเป็นปกติ ช่วยเหลือตัวเองได้ต่อไปในอนาคต...”
นางละเหมย จันทรา อายุ 47 ปี : ยายของผู้ป่วยผู้ให้ข้อมูล

นางประมูล พันตัน อายุ 53 ปี จังหวัดหนองคาย
ป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมระยะลุกลาม
( DX Breast Cancer with Metastasis)
ได้รับการส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
“… เมื่อทราบข่าวว่า ฟ้าหญิงจะเสด็จมาที่จังหวัดหนองคาย พร้อมกับมีหน่วยแพทย์ พอ.สว. มา ร่วมออกตรวจรักษาโรคด้วย ในฐานะราษฎรคนหนึ่ง ก็อยากจะมาเฝ้ารับเสด็จด้วย อยากจะชื่นชมพระบารมีของพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด และวันนี้ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้มาเป็นคนไข้ในพระอนุเคราะห์เลย เพราะมีคนไข้ที่มารอรักษามากมายเหลือเกิน นับเป็นความโชคดีที่วันนี้ เราจะได้เฝ้าพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิดและ พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตาที่จะรับเป็นคนไข้ในพระอนุเคราะห์ด้วย... “

ด.ช. พิชญ์ชยุตม์ ธันยาภัทรธนโชติ อายุ 1 ปี
จังหวัดอุดรธานี

ป่วยด้วยโรคปัสสาวะไหลย้อนเข้ากรวยไตและ
มีภาวะไตบวม (Veadico-Ureteric reflex with bilateral hydronephosis )
ได้รับการส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช

“ นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ลูกชายจะได้มาเป็นคนไข้ในพระอนุเคราะห์ของพระองค์ท่าน เพราะในชีวิตตอนนี้ไม่เหลือความหวังอะไรอีกแล้ว ไม่มีที่พึ่งที่ไหนเลย เงินที่จะรักษาลูกชายก็ไม่มี เคยคิดสั้นที่จะฆ่าตัวตายเพื่อหวังจะเอาเงินจากการทำประกันอุบัติเหตุ มาให้ลูก เป็นห่วงลูกมากเหลือเกิน พระองค์ท่านเหมือนฟ้ามาโปรดที่ช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากลำบากจริงๆ ขอพระองค์ท่านทรงพระเจริญ ....”
น.ส. พัศชยธรณ์ ธันยาภัทรธนโชติ อายุ 37 ปี : มารดาของผู้ป่วยผู้ให้ข้อมูล

     ทั้งนี้ การออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ในแต่ละจังหวัดนั้น จะเน้นการให้บริการส่งเสริมด้านการแพทย์และการสาธารณสุขแก่ประชาชนให้ครอบคลุมทุกด้าน ได้แก่ การตรวจรักษาโรคทั่วไป การตรวจวัดสัญญาณชีพซึ่งประกอบด้วย การวัดความดันโลหิต การวัดอุณหภูมิร่างกาย การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ และยังมีการตรวจสุขภาพตา มาให้บริการให้แก่ผู้มีปัญหาทางสายตาโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ รวมถึงการให้บริการทางการแพทย์แผนไทย อีกทั้งยังจัดให้มีการบริการด้านทันตกรรมเคลื่อนที่ เพื่อรักษาสุขภาพในช่องปากและฟันแก่ราษฎรผู้ยากไร้ เพราะเรื่องสุขภาพในช่องปากนั้นเป็นสิ่งสำคัญ และยังเป็นส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพที่ดีต่อไป นอกจากนั้น ยังมีการแนะนำการส่งเสริมสุขภาพการป้องกันโรค พร้อมข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพพลานามัยที่ดี ซึ่งมีประชาชนทั้งในพื้นที่ และใกล้เคียงมาเข้ารับบริการตลอดทั้งวัน

     พระเมตตามิได้พระราชแก่ประชนเท่านั้น แต่ยังทรงคำนึงถึงปัญหาสุขภาพสัตว์เลี้ยงของราษฎรด้วยเช่นกัน จึงทรงพระกรุณาโปรดให้ หน่วยสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดออกหน่วยให้บริการตรวจรักษาสุขภาพสัตว์เลี้ยงในครัวเรือน พร้อมให้คำแนะนำ คำปรึกษาปัญหาด้านสุขภาพและส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ แจกเอกสาร คู่มือการเลี้ยงสัตว์และการป้องกันโรคสัตว์ แก่ราษฎรเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มาขอรับบริการด้วย

     ในการนี้ ได้พระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้มีจิตศรัทธาถวายเงิน เพื่อสมทบทุนมูลนิธิ พอ.สว. และพระราชทานเข็มเครื่องหมายกรรมการ อนุกรรมการ เข็มเครื่องหมาย พอ.สว. เข็มพระนามาภิไธยย่อ สว. และโล่ แก่อาสาสมัคร พอ.สว. ตามลำดับ

     รวมทั้งพระราชทานชุดสื่อการเรียนรู้สำหรับเยาวชน ประกอบด้วยสมุดนิทานวาดภาพระบายสี “ นิทานใต้ใบบัว” ในโครงการนิทานตามคำพ่อ ซึ่งได้น้อมนำพระบรมราโชวาทและพระดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ได้พระราชทานให้แก่เด็ก ๆ และประชาชนชาวไทยในโอกาสต่าง ๆ มาเป็นแนวคิดในการสร้างสรรค์เรื่องราว พร้อมกันนี้ ยังได้พระราชทานดินสอสี กล่องดินสอ กระปุกออมสินและของเล่นเด็ก ให้แก่เด็ก ๆ ที่มาเฝ้ารอรับเสด็จอย่างทั่วถึงด้วย

      นับเป็นเวลากว่า 8 ปีแล้ว ที่ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงสืบสานพระราชปณิธานในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในฐานะองค์ประธานกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 ด้วยทรงปฏิบัติพระภารกิจส่งเสริมและฟื้นฟูสุขอนามัยของประชาชนในท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยอย่างมุ่งมั่น โดยมิได้ทรงคำนึงถึงความยากลำบาก แม้พระวรกายจะทรงไม่แข็งแรงก็ตาม

     “ ...ข้าพเจ้าก็ไม่อยากจากพวกท่านไป ข้าพเจ้ามาทำงาน พอ.สว.นี่ก็ 8 ปีแล้ว แต่ข้าพเจ้ารู้สึกว่ามันยังน้อยไป ข้าพเจ้าเป็นห่วง พอ.สว. ยังไม่อยากทิ้งไป ถ้าข้าพเจ้าทำได้ ถ้ามันอยู่ในอำนาจข้าพเจ้า ข้าพเจ้าทราบว่าพี่น้อง พอ.สว.ทุกคนเมตตาพี่มาก พี่น้องช่วยกันสวดมนต์ให้ข้าพเจ้าหายดี ข้าพเจ้าคงจะดีขึ้น ขอความกรุณาว่าช่วยกันสวดมนต์ให้ข้าพเจ้าด้วย เพราะยังไงๆ ข้าพเจ้ายังอยากทำงาน พอ.สว. อยากอยู่ต่อนานๆ...”

     ความตอนหนึ่งในพระดำรัสที่ได้พระราชทานไว้
ณ หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. จังหวัดหนองบัวลำภู
เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2560

     นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีพระเมตตาห่วงใยในสุขอนามัยของอาณาประชาราษฎร์ของพระองค์ อีกทั้งยังทรงเป็นความหวังสู่ชีวิตใหม่ และทรงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่สมาชิก พอ.สว. ทุกคน ให้เกิดความมุ่งมั่น ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ในการพัฒนางานทั้งด้านการแพทย์ และการสาธารณสุข เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่พี่น้องประชาชนชาวไทย ยังความปลื้มปีติมาสู่ราษฎร และสมาชิก พอ.สว. ทุกคน


ฝ่ายบริหารและประชาสัมพันธ์ สำนักประธานสถาบัน
สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
20 พฤศจิกายน 2560


© Copyright 2006 Chulabhorn Research Institute