Announcement

Other Links

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
เสด็จเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มูลนิธิแพทย์อาสา
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)
ณ จังหวัดแม่ฮ่องสอน พะเยา เชียงราย และเชียงใหม่
ระหว่างวันที่ 15 - 28 กุมภาพันธ์ 2560


     หนึ่งในพระภารกิจสำคัญที่ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงทุ่มเทพระวรกายในการทรงงานอย่างเต็มที่ คือ การที่ได้ทรงดูแลสุขอนามัยของประชาชนชาวไทยให้ดีที่สุดในฐานะองค์ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ดังที่พระราชทานสัมภาษณ์ ณ หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อปีพุทธศักราช 2556 ความว่า...

     “ข้าพเจ้าดีใจเป็นอย่างยิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมอบหมายให้มาดูแล พอ.สว. เพราะงานนี้เป็นงานที่ได้ดูแลสุขภาพประชาชน เป็นงานที่ข้าพเจ้ารักและถนัด"


     จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดังกล่าว ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงนำมาเป็นแรงบันดาลพระทัยในการทรงงานทุกครั้งที่เสด็จไปทรงดูแลทุกข์สุขของราษฎร พร้อมกับทรงติดตาม การปฏิบัติงาน และพระราชทานขวัญและกำลังใจแก่หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.ที่ออกตรวจรักษาโรคแก่ผู้เจ็บป่วยและผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดารเพื่อให้มีสุขอนามัยที่ดีขึ้น และสามารถเข้าถึงการสาธารณสุขได้

     โดยในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ ทรงเยี่ยมราษฎรและทรงติดตามการปฏิบัติงานหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) รวมทั้งหน่วยแพทย์พระราชทานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ที่โปรดให้ไปทำการตรวจรักษาโรคผู้เจ็บป่วยในพื้นที่ และหน่วยสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ประกอบด้วย จังหวัดแม่ฮ่องสอน พะเยา เชียงราย และเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 15-28 กุมภาพันธ์ตามลำดับ ดังนี้

จังหวัดแม่ฮ่องสอน

     เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 เสด็จไปทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ที่ออกปฏิบัติงานส่งเสริมการป้องกันโรค และให้บริการตรวจรักษาพยาบาล ฟื้นฟูสุขอนามัยของประชาชน ณ โรงเรียนห้องสอนศึกษา ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

     ในการนี้ ได้โปรดให้หน่วยแพทย์พระราชทานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ร่วมกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มูลนิธิ พอ.สว. ออกให้บริการตรวจรักษาประชาชน โดยมีประชาชนเข้ารับบริการตรวจรักษาโรคทั่วไป รวมทั้งบริการด้านทันตกรรม รวมจำนวน 1,090 คน ซึ่งปัญหาสุขภาพส่วนใหญ่ที่พบ คือ โรคเกี่ยวกับระบบกระดูกและข้อ พร้อมทั้งพระราชทานพระวโรกาสให้ แพทย์ที่ทำการตรวจรักษา นำผู้เจ็บป่วย 2 ราย เฝ้า เพื่อขอรับพระราชทานความช่วยเหลือ โดยรายแรก เจ็บป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน มีอาการเหนื่อยหอบจากโรคปอดอุดตันเรื้อรัง และอีกรายป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย โดยได้พระราชทานเงินช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และโปรดให้ส่งผู้เจ็บป่วยไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลที่เหมาะสมกับอาการต่อไป

     โอกาสนี้ ยังโปรดให้สัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ออกหน่วยบริการตรวจรักษา รวมทั้้งให้คำปรึกษาในการดูแลสัตว์เลี้ยงแก่ประชาชน โดยมีผู้มารับบริการ 37 คน ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ และโค มาขอรับยาบำรุง และยาถ่ายพยาธิ

     นอกจากนั้น ทรงมีพระเมตตาแก่ราษฎรในท้องถิ่น โดยพระราชทานสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อการยังชีพของราษฎร อาทิ ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม เครื่องแบบนักเรียน ของเล่น รวมถึงสมุดวาดเขียน และดินสอสีแก่เด็กๆ ด้วยมีพระประสงค์ที่จะส่งเสริมความคิด สร้างสมาธิ พัฒนาการเรียนรู้ และทักษะเบื้องต้นของเด็กปฐมวัย ด้วยการระบายสี วาด ตัด แปะ พับ หรือประดิษฐ์ผลงานศิลปะที่สอดแทรกอยู่ในเนื้อหาของหนังสือนิทานในแต่ละเล่มด้วย โดยหนังสือ " นิทานบินได้ " นี้ เป็น 1 ใน 7 เล่ม ของชุดหนังสือนิทาน "ตามคำพ่อ " ที่จัดพิมพ์ขึ้นเนื่องในวาระฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับเด็กไทยทั่วประเทศ

     ทั้งนี้ ได้พระราชทานพระวโรกาสให้สมาชิก พอ.สว.จังหวัดแม่ฮ่องสอนเฝ้า รับพระราชทานพระโอวาท เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน พร้อมกับทรงมีพระดำรัสถึงคุณค่าของสมุดวาดภาพระบายสีที่ได้พระราชทานแก่เด็กๆ ว่า จะให้ทั้งความรู้ควบคู่คุณธรรมที่เป็นประโยชน์กับเด็ก รวมถึงทางด้านความคิดและการกระทำของบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่มักจะคิดถึงเรื่องผลประโยชน์ส่วนตนก่อนเสมอ ซึ่งแท้จริงแล้ว ชีวิตคนเรานั้น ขึ้นอยู่กับผลของการกระทำของตนเอง เพราะฉะนั้น เราต้องรู้จักยั้งคิดว่า อะไรดี อะไรชั่ว ถ้ารู้ว่าชั่วก็จงอย่าไปทำ แล้วสอนให้ลูกหลานกระทำแต่ความดีและถูกต้อง เพราะเด็กสมัยนี้เรียนรู้ได้เร็วมาก

     หน่วยแพทย์เคลื่อนที่มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดแพทย์อาสาลำดับที่ 3 เมื่อปี พ.ศ. 2512

จังหวัดพะเยา

     เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 เสด็จไปยังโรงเรียนฝายกวางวิทยาคม ตำบลฝายกวาง อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ทรงเยี่ยมราษฎร และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) หน่วยแพทย์พระราชทานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ที่โปรดให้ทำการตรวจรักษาผู้เจ็บป่วยในพื้นที่ และหน่วยสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่สมาชิก พอ.สว. ผู้ปฏิบัติงานสืบสานพระราชปณิธานในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข โดยมีผู้ไปรับการบริการ ตรวจรักษาโรคทั่วไป และรับบริการด้านทันตกรรม รวม 220 คน โรคส่วนใหญ่ที่พบ คือ โรคกระดูกและข้อ

     ในการนี้ มีผู้เจ็บป่วยที่ได้รับพระราชทานความช่วยเหลือสงเคราะห์ครอบครัว จำนวน 3 ราย ซึ่งป่วยด้วยโรคต่างๆ ได้แก่ โรคกระดูกสันหลังคด เท้าทั้งสองข้างผิดรูป ผู้ป่วยหูหนวกตั้งแต่กำเนิด มีอาการภูมิแพ้และหอบหืด และผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ โดยได้พระราชทานเงินช่วยเหลือค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และโปรดให้ส่งผู้เจ็บป่วยทั้ง 3 ราย ไปรักษายังโรงพยาบาลที่เหมาะสมกับอาการต่อไป

     พร้อมกันนี้ ทรงมีพระดำรัสกับผู้เจ็บป่วยนำเฝ้า ด้วยความห่วงใย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในรายหนึ่งที่ป่วยเป็นมะเร็งลำไส้มานานกว่า 1 ปี ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าเหลือระยะเวลาการรักษาได้ไม่เกิน 3-6 เดือน และเมื่อได้ทรงทราบถึงสภาพความเป็นอยู่ที่ลำบาก อีกทั้งยังต้องเลี้ยงดูบุตร 1 คน จึงทรงมีพระเมตตารับบุตรของผู้ป่วยรายนี้เป็นบุตรบุญธรรม ยังความปลาบปลื้มแก่ทั้งสองแม่ลูก แพทย์เจ้าของไข้ และชาวอำเภอเชียงคำ อย่างหาที่สุดมิได้ ดังพระดำรัสใจความตอนหนึ่งว่า

     “...เรื่องลูกนี่ คุณป้าไม่ต้องกังวล หนูจะให้ทุนเลย คือว่า ทันทีที่จะต้องจ่ายเอง ส่วนนั้นหนูจะจ่าย แล้วเอาอย่างนี้ ไม่ทราบคุณป้าจะรับได้ไหม ถ้าหนูจะรับเขา เด็กคนนี้ เป็นลูกบุญธรรมของหนู หนูจะเลี้ยงดูเขาอย่างดีที่สุด หนูเชื่อว่า อันนี้เป็นสิ่งที่พ่อของหนู คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ท่านก็คงทำอย่างนี้แหละ ท่านสอนหนูมา ให้รักประชาชน”

     นอกจากนั้น ยังได้พระราชทานเครื่องนุ่งห่มและยาตำราหลวงแก่ผู้สูงอายุ พระราชทานเครื่องแบบนักเรียน ของเล่น และสื่อการเรียนรู้แก่เด็กๆ ที่เฝ้ารับเสด็จเป็นจำนวนมาก มีพระประสงค์ ที่จะให้เด็กปฐมวัยในพื้นที่ชนบทห่างไกลได้มีพัฒนาการทางด้านความคิด และสมาธิ และทักษะที่เหมาะสมวัย

     หน่วยแพทย์เคลื่อนที่มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)จังหวัดพะเยา เป็นจังหวัดแพทย์อาสาลำดับที่ 47 เมื่อปี พ.ศ. 2520

จังหวัดเชียงราย

     เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 เสด็จไปยังโรงเรียนแม่จันวิทยาคม ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย โดยทรงเยี่ยมราษฎรและทรงติดตามการปฏิบัติงานหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) รวมทั้งหน่วยแพทย์พระราชทานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ที่โปรดให้ไปทำการตรวจรักษาโรคผู้เจ็บป่วยในพื้นที่ และหน่วยสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์

     ในการออกปฏิบัติงานหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ครั้งนี้ มีประชาชนในพื้นที่มาเข้ารับบริการตรวจรักษาโรคทั่วไปและ บริการด้าน ทันตกรรม รวม 244 คน โรคที่พบมาก คือ โรคกระดูกและข้อ โดยมีผู้ป่วยนำเฝ้าเพื่อขอพระราชทานความช่วยเหลือ จำนวน 3 ราย รายแรก เด็กชาย อายุ 1 ขวบ มีความผิดปกติของกระดูกแต่กำเนิด รายที่สอง เด็กหญิงอายุ 2 ขวบ ป่วยเป็นโรคผนังหัวใจรั่ว และรายที่สาม อายุ 22 ปี ป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ลุกลามไปที่ตับ ทั้งนี้ ทรงมีพระประสงค์ที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาอย่างดีที่สุดต่อไป ดั่งพระดำรัสที่ได้พระราชทานให้แก่แพทย์ผู้ทำการตรวจรักษาผู้ป่วย โรคมะเร็งลำไส้ลุกลามไปที่ตับ โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า

     “...อยากให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลรักษาด้านมะเร็งโดยเฉพาะ อยากให้น้องคนนี้เขาได้สิ่งที่ดีที่สุด อยากจะให้ได้ยาที่หนูมี เป็นยาต่างประเทศยาดีมาก อยากให้น้องเขามีโอกาสอย่างน้อยยืดชีวิตออกไปให้ยาวขึ้น หรือถ้าโชคดีอาจหายเลย...”

     ในการนี้ ได้พระราชทานเครื่องนุ่งห่ม ยาตำราหลวงแก่ผู้สูงอายุ เครื่องแบบนักเรียนแก่เด็กนักเรียน รวมทั้งของเล่นเด็กและสื่อการเรียนรู้สำหรับเยาวชน ได้แก่ สมุดนิทานวาดภาพระบายสี "นิทานบนท้องฟ้า" ซึ่งเป็น 1 ใน 7 เล่ม ของชุดหนังสือนิทาน "ตามคำพ่อ" เพื่อส่งเสริมให้เด็กๆ ได้สนุกกับการอ่านด้วยตัวเอง ควบคู่ไปกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการระบายสี ตัด แปะ พับ ประดิษฐ์ผลงานศิลปะ ที่สอดแทรกอยู่ในนิทานตามจิตนาการอีกด้วย

     ก่อนเสด็จกลับ ได้พระราชทานพระโอวาทให้แก่ สมาชิก พอ.สว.ประจำจังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน โดยทรงกล่าวถึง พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เรื่องการทำความดี ความดีที่ทำก็จะแผ่ขยายออกไปยังคนที่อยู่รอบๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าทุกคนทำดี สังคมก็จะดีตามไปด้วย และผลแห่งความดีนั้นก็จะสะท้อนกลับมาให้เรามีความสุข จากการกระทำของเราเอง

     หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) จังหวัดเชียงราย เป็นจังหวัดแพทย์อาสาลำดับที่ 2 เมื่อปีพ.ศ. 2512

จังหวัดเชียงใหม่

     เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี องค์ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) เสด็จทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในการเสด็จเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทานที่ออกปฏิบัติงานตรวจรักษาโรคแก่ผู้เจ็บป่วยและผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดารเพื่อให้มีสุขอนามัยที่ดี ณ โรงเรียนดอยเต่าวิทยาคม อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่

     สำหรับในการเสด็จไปทรงงาน พอ.สว. ครั้งนี้ ทรงแย้มพระสรวลทักทายประชาชน และยังโปรดให้ ประชาชนในพื้นที่เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้พระราชทาน สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น และยาตำราหลวงแก่ผู้สูงอายุ เครื่องแบบนักเรียนแก่เด็ก รวมทั้งสมุดวาดเขียนระบายสี ชุดหนังสือนิทาน “ตามคำสอนพ่อ” จัดพิมพ์ขึ้นเนื่องใน วาระฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยมีพระประสงค์ในการส่งเสริมการสร้างสมาธิ พัฒนาความรู้ และทักษะเบื้องต้น ด้วยการระบายสี วาด ตัด แปะ พับ หรือประดิษฐ์ผลงานศิลปะที่สอดแทรกอยู่ในเนื้อหาของหนังสือนิทาน สำหรับเด็กนักเรียนในระดับปฐมวัย จากพระหัตถ์ของพระองค์เอง ยังความปลื้มปีติแก่ราษฎรที่ได้รับ

     ในการนี้ โปรดให้หน่วยแพทย์พระราชทานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ออกหน่วยตรวจรักษาโรคแก่ราษฎรในพื้นที่แห่งนี้ด้วย โดยมีผู้ไปรับบริการตรวจรักษาโรคทั่วไป 252 คน โรคที่พบมาก คือโรคระบบกล้ามเนื้อ มีผู้รับบริการด้านทันตกรรม 125 คน

     โอกาสนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ แพทย์ผู้ทำการตรวจรักษาผู้เจ็บป่วย นำผู้เจ็บป่วยเฝ้า จำนวน 2 ราย ซึ่งป่วยเป็นโรคท่อน้ำตาอุดตัน ส่วนอีกราย เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง ป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านม พร้อมกับทรงมีพระปฏิสันถารกับคนไข้ ทรงถามถึงอาการอย่างละเอียด พร้อมทั้งสอบถามทุกข์สุขความเป็นอยู่ โดยโน้มพระวรกายเข้าไปรับสั่งกับคนไข้โดยไม่ถือพระองค์ ทรงมีพระดำรัสด้วยความห่วงใยและให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยดังใจความตอนหนึ่งว่า

     “พี่จะส่งเขาไปที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ดูแลรักษาคนไข้มะเร็ง และมีหมอเก่งๆหลายคน ... ตอนนี้ต้องพักรักษาตัวอย่างเดียว และจิตใจให้คิดตลอดเวลาว่า เราจะหายๆ และเราจะหายจริงๆ เพราะยาที่ให้เป็นยาที่ดีมาก จะฝากคุณหมอ และตัวฉันเองจะเข้าไปดูที่โรงพยาบาล และต่อไปไม่ต้องกังวลใจนะ ฉันจะช่วยตลอด...”

     ทั้งนี้ ยังได้พระราชทานเงินช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว และทรงมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ดำเนินการส่งตัวไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และโรงพยาบาลมหาราช จังหวัดเชียงใหม่ ยังความซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณแก่ผู้ป่วยและครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง

     ต่อจากนั้น พระราชทานพระวโรกาสให้สมาชิก พอ.สว.จังหวัดเชียงใหม่เฝ้า โดยมีพระดำรัสกับสมาชิก พอ.สว. ถึงเรื่องการทำความดี เพราะถ้าเราทุกคนทำดี สังคมก็จะดีตาม เมื่อสังคมดี เราก็จะอยู่อย่างมีความสุข

     หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจังหวัดแพทย์อาสาลำดับที่ 1 เมื่อปีพ.ศ. 2512

     ทุกย่างก้าวในการเสด็จทรงงาน พอ.สว. ที่ทรงงานอย่างจริงจัง ทรงรับทราบถึงทุกข์ร้อน อาการป่วยไข้ของราษฎร ด้วยพระองค์เอง ทรงทุ่มเทพระวรกายในการปฏิบัติพระภารกิจด้วยพระประสงค์ที่ต้องการให้ ประชาชนชาวไทยทีสุขอนามัยที่ดี นอกจากนั้น ยังทรงเป็นที่พึ่งและ ความหวังของผู้ป่วยผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดารห่างไกลความเจริญ ให้ ต่อสู้ชีวิตต่อไปอย่างมีความหวัง ดังใจความจากพระดำรัสเมื่อครั้ง เสด็จตรวจเยี่ยมหน่วยแพทย์อาสา มูลนิธิ พอ.สว. ณ จังหวัดอุบลราชธานี ในปีพุทธศักราช 2556 ความว่า

     “... เมื่อได้รับคำสั่งให้มาทำงานนี้ ก็เข้าไปกราบพระบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รับสั่งกับข้าพเจ้าว่าให้ดูแลสุขอนามัยของประชาชนให้ดีที่สุด ช่วยเหลือให้เต็มกำลังความสามารถ"





© Copyright 2006 Chulabhorn Research Institute