Announcement

Other Links

ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์
อัครราชกุมารี เสด็จเยี่ยมราษฎร และหน่วยแพทย์อาสา
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)
ณ จังหวัดเลย ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด และบึงกาฬ ระหว่างวันที่ 1 – 9 เมษายน 2559


     ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงให้ความสำคัญต่อการบำบัดทุกข์บำรุงสุข แก่ราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการส่งเสริมด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วทุกภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ และ ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (มูลนิธิ พอ.สว.) ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเสด็จเยี่ยมหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ที่ออกปฏิบัติงานตรวจรักษาโรคแก่ผู้เจ็บป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยทรงไม่ย่อท้อ แม้สภาพอากาศจะแปรปรวนมากเพียงใดก็ตาม

จังหวัดเลย

     เมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2559 ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จออกเยี่ยมราษฎร และหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ซึ่งออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการแก่ราษฎร ณ โรงเรียนหนองหินวิทยาคม อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย โดยโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยแพทย์พระราชทานจากโรงพยาบาล จุฬาภรณ์ โรงพยาบาล ศิริราช และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ออกหน่วยบริการตรวจรักษาโรคแก่ราษฎร รวมทั้งทรงติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ ที่โปรดให้ร่วมออกตรวจรักษาโรคและ ให้คำปรึกษาประชาชนในการดูแลสัตว์เลี้ยงของราษฎรในพื้นที่ ตลอดจนพระราชทานสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน อาทิ เครื่องนุ่งห่ม แก่นักเรียน ยาตำราหลวงแก่ผู้สูงอายุ รวมทั้งพระราชทานของเล่นแก่เด็กก่อนวัยเรียน ซึ่งเป็นบุตรหลานของราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จด้วย

     การออกปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ครั้งนี้ มีประชาชนในพื้นที่เข้ารับบริการตรวจรักษาโรคทั่วไป 287 คน แพทย์แผนไทย 230 คน และ ทันตกรรม 42 คน โดยโรคที่พบมากที่สุด คือ โรคระบบกล้ามเนื้อ


     ในการนี้ ทรงเยี่ยมผู้ป่วยที่เข้ารับพระราชทานความช่วยเหลือสงเคราะห์ครอบครัว จำนวน 4 ราย ซึ่งป่วยด้วยโรคต่างๆ อาทิ มะเร็งเม็ดเลือด โรคผิวหนังเรื้อรัง และภูมิคุ้มกันร่างกายผิดปกติแต่กำเนิด ทั้งนี้ ทรงพิจารณาวินิจฉัยโรคร่วมกับคณะแพทย์ เพื่อหาแนวทางรักษาอย่างเหมาะสมในแต่ละรายต่อไปด้วย จากนั้น พระราชทานพระวโรกาสให้สมาชิก พอ.สว.จังหวัดเลย เฝ้า และมีพระดำรัสกับสมาชิก พอ.สว. เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และเป็นแนวทางการปฏิบัติตน

     หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) จังหวัดเลย เป็นจังหวัดแพทย์อาสา ลำดับที่ 9 ตั้งแต่ปี 2512 ปัจจุบัน มีสมาชิก ประกอบด้วย แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล และอาสาสมัคร รวม 1,559 คน ซึ่งร่วมกันปฏิบัติงานสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยากไร้ให้ได้รับการรักษาอย่างทั่วถึง ในปีที่ผ่านมา ได้ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการราษฎร 14 ครั้ง มีผู้มารับบริการ 1,641 คน

จังหวัดชัยภูมิ

      เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2559 ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ได้เสด็จไปยังโรงเรียนโนนกอกวิทยา อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ โดยทรงติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ (พอ.สว.) หน่วยแพทย์พระราชทานโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่โปรดให้ร่วมออกบริการตรวจรักษาโรค และฟื้นฟูสุขอนามัยแก่ราษฎรที่เจ็บป่วยในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ รวมถึงหน่วยสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ ที่โปรดให้ออกหน่วยบริการตรวจรักษาโรค และให้คำแนะนำในการดูแลสัตว์เลี้ยงของราษฎรอย่างถูกวิธี นอกจากพระราชทานการให้บริการด้านการแพทย์และสาธารสุขในพื้นที่แล้ว ยังทรงมีความห่วงใยในคุณภาพชีวิตของราษฎร โดยได้ พระราชทานสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ได้แก่ ยาตำราหลวง เครื่องแบบนักเรียน ตลอดจนของเล่นแก่เด็กเล็ก ซึ่งเป็นลูกหลานของราษฎร ที่มาเฝ้ารับเสด็จในครั้งนี้ด้วย

     การออกปฏิบัติงานหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ครั้งนี้ มีประชาชนในพื้นที่เข้ารับบริการตรวจรักษา โรคทั่วไป รวม 448 คน โรคที่พบมากที่สุดคือ โรคระบบกล้ามเนื้อ และกระดูก นอกจากนี้ มีผู้ป่วยที่นำเฝ้าเพื่อรับพระราชทานความช่วยเหลือ สงเคราะห์ครอบครัว รวม 4 ราย ได้แก่ ผู้ป่วยโรคพังผืดและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันเจริญผิดปกติบริเวณใบหน้า หัวไหล่ และลำคอ เนื้องอกในสมองลงมาตา และ โรคตับ ซึ่งโปรดให้ส่งไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลที่เหมาะสมกับอาการของผู้ป่วยต่อไป พร้อมกันนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้สมาชิก พอ.สว.จังหวัดชัยภูมิ เฝ้าและมีพระดำรัสกับสมาชิก พอ.สว. เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตน

     หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) จังหวัดชัยภูมิ เป็นจังหวัดแพทย์อาสาลำดับที่ 46 เมื่อปี พ.ศ.2520 ปัจจุบัน มีแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาลวิชาชีพ และอาสาสมัคร รวม 1,710 คน


จังหวัดร้อยเอ็ด

     เมื่อพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน 2559 ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี องค์ประธาน กิตติมศักดิ์มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) เสด็จออกเยี่ยมราษฎร และหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ซึ่งออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการแก่ราษฎร ณ โรงเรียนจังหารฐิตวิริยาประชาสรรค์ อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด โดยโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยแพทย์พระราชทานจากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ออกให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป บริการด้านทันตกรรม ร่วมกับหน่วยแพทย์ พอ.สว.จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีผู้มารับบริการด้านสุขภาพ รักษาโรคทั่วไป และทันตกรรม รวม 313 คน โรคที่พบมากที่สุดคือ โรคระบบกล้ามเนื้อและกระดูก รวมทั้งทรงติด ตามการปฏิบัติงานของหน่วยสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ ที่โปรดให้ร่วมออกตรวจรักษาโรคและ ให้คำแนะนำในการดูแลสัตว์เลี้ยงของราษฎรในพื้นที่ นอกจากนั้น ทรงได้พระราชทานสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น อาทิ ยาตำราหลวงแก่ผู้สูงอายุ และพระราชทานเครื่องแบบนักเรียนแก่เด็กนักเรียน ตลอดจนพระราชทาน ของเล่นแก่เด็กเล็กที่มาเฝ้ารับเสด็จด้วย

     พร้อมกันนี้ ได้พระราชทานความช่วยเหลือสงเคราะห์ครอบครัวราษฎรที่เจ็บป่วยจำนวน 3 ราย ซึ่งมีอาการจากกระเพาะปัสสาวะเปิดที่ผนังหน้าท้อง มะเร็งตับ และพัฒนาการช้าหลังจากมีภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โดยโปรดให้ส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด และโรงพยาบาลศิริราช ต่อไป จากนั้น พระราชทานพระวโรกาส ให้สมาชิก พอ.สว.จังหวัดร้อยเอ็ด เฝ้า และมีพระดำรัสเกี่ยวกับธรรมะ และคำสอนของพระธรรมวิสุทธิมงคล หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน

     หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นจังหวัดแพทย์อาสาลำดับที่ 53 ปัจจุบันมีสมาชิก พอ.สว. ประกอบด้วย แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล และอาสาสมัคร รวม 2,990 คน และตั้งแต่ปี 2554 ที่ผ่านมา ได้ออกปฏิบัติงานในโอกาสต่างๆ ประกอบด้วย วันคล้าย วันสวรรคตสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้า กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และ วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

จังหวัดบึงกาฬ

     เมื่อวันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2559 ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จไปยังโรงเรียนพรเจริญวิทยา ตำบลพรเจริญ อำเภอพรเจริญ จังหวัด บึงกาฬ นับเป็นจังหวัดสุดท้ายของการปฏิบัติพระภารกิจในครั้งนี้ โดยได้ทรงเยี่ยมราษฎร และติดตามการปฏิบัติงานหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จ พระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ของจังหวัดบึงกาฬ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่สมาชิกพอ.สว. ผู้ปฏิบัติงานสืบสานพระราชปณิธานในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข

     ในการเสด็จไปทรงเยี่ยมการปฏิบัติงานครั้งนี้ โปรดให้หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) จากส่วนกลาง และจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับหน่วยแพทย์พระราชทาน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โรงพยาบาล ศิริราช และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาให้บริการตรวจรักษาอาการของราษฎรผู้เจ็บป่วยในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ และคณะสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ ที่โปรดให้ร่วมออกหน่วยแพทย์ มาให้บริการปรึกษาดูแลรักษาสุขภาพของสัตว์เลี้ยงของราษฎรด้วย

     ในการนี้ มีผู้ป่วยที่ได้รับพระราชทานความช่วยเหลือสงเคราะห์ครอบครัว จำนวน 4 ราย ซึ่งป่วยด้วยโรค และอาการต่าง ๆ ได้แก่ มะเร็งกระดูก, หัวใจพิการแต่กำเนิด, อาการเข่าติด ทั้ง 2 ข้างตั้งแต่กำเนิดมะเร็งไทรอยด์ และพบก้อนเนื้อที่ลิ้น หลังมีพระวินิจฉัยอาการ ร่วมกับคณะแพทย์แล้ว โปรดให้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์และโรงพยาบาลศิริราช ต่อไป

     โอกาสนี้ ได้พระราชทานเครื่องนุ่งห่มและยาตำราหลวง แก่ผู้สูงอายุ พระราชทานเครื่องแบบนักเรียน และของเล่นให้แก่เด็กเล็กจำนวนมากที่มาเฝ้ารอรับเสด็จ พร้อมกับทรงมีพระดำรัสเกี่ยวกับการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระ มหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เรื่องการถือประโยชน์ส่วนตนเป็นกิจที่สอง ประโยชน์ส่วนรวมของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง มาเป็นแนวทางการปฏิบัติตน

     สำหรับราษฎรผู้มารับบริการด้านสุขภาพ ตรวจรักษาโรคทั่วไป รวมทั้งด้านทันตกรรมมีจำนวนทั้งสิ้น 547 คน มีผู้ป่วยส่งรักษาต่อยังโรงพยาบาลภายในจังหวัด โรงพยาบาลส่วนภูมิภาค และส่วนกลาง รวม 42 คน โรคที่พบมากที่สุด คือ โรคระบบกล้ามเนื้อและข้อ

     จังหวัดบึงกาฬ เป็นจังหวัดแพทย์อาสา ลำดับที่ 54 ซึ่งในปีที่ผ่านมา ได้ออกปฏิบัติงานหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ในพื้นที่ต่าง ๆ รวม 13 ครั้ง มีผู้ป่วยเข้ารับบริการ 1,120 คน


ฝ่ายบริหารและประชาสัมพันธ์ สำนักประธานสถาบัน
11 เมษายน 2559


© Copyright 2006 Chulabhorn Research Institute