|
|
|

|
|
|
 |
| งานวิชาการของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ
เพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขาที่ขาดแคลน
และเป็นที่ต้องการของทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาแบบยั่งยืนของประเทศและให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล
ในการเสริมสร้างสมรรถนะและปริมาณของทรัพยากรบุคคล ทางสถาบันฯจึงได้ตอบสนองโดยการเร่งเพิ่มศักยภาพทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่แล้วทั้งภาครัฐและเอกชน
ให้มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่มีอยู่และจะทวีคูณมากขึ้นในอนาคต
ในการวางแผนงานทางวิชาการ
ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ทรงมีพระนโยบายให้ครอบคลุมทั้งโครงการศึกษาฝึกอบรมระยะสั้น
การประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้ได้รับความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีจากประเทศที่พัฒนาแล้ว
และโครงการด้านการศึกษาระยะยาว เช่น โครงการบัณฑิตศึกษาระดับปริญญาโทและเอก
สาขาพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับสูง
เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีการจัดสัมมนาและการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ
เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยมีโอกาสติดตามความก้าวหน้าในการทำวิจัยอย่างใกล้ชิดจากนักวิทยาศาสตร์ที่มีประสบการณ์สูง
และแสวงหาความร่วมมือในการทำวิจัยร่วมกันต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์และสมรรถนะของนักวิทยาศาสตร์ไทย
โดยเฉพาะนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยต่อไปในอนาคต |
| |
| 
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์
เพื่อจัดประชุมวิชาการทางวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ ทุก 3 5 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ
และเผยแพร่ผลงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ในประเทศและประเทศต่างๆทั่วโลก โดยเนื้อหาของการจัดประชุมจะเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม
ให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางวิทยาการ และสามารถนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเพื่อเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ของนักวิจัยและนักวิชาการในสาขาที่มีความสำคัญเร่งด่วน
กิจกรรมของโครงการที่ดำเนินการมาแล้ว
ได้แก่
- The First Princess Chulabhorn International
Science Congress (1987)
International Congress on Natural Products
จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 13 ธันวาคม 2530 เพื่อถวายเป็นราชสักการะ
ในมหามงคลสมัยเฉลิม พระชนมพรรษาห้ารอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื้อหาของการจัดประชุมเรื่องผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ซึ่งเน้นในด้านอินทรีย์เคมีและการพัฒนายาจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ
โดยมีนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบล 2 ท่าน คือ Professor Herbert
C. Brown และ Professor Kenichi Fukui ให้เกียรติมาบรรยายพิเศษ ร่วมกับการบรรยายของนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำจากนานาประเทศอีกถึง
123 ท่าน มีการนำเสนอผลงานวิจัยถึง 339 เรื่อง โดยเป็นของนักวิทยาศาสตร์
ชาวต่างประเทศ 259 เรื่อง และของนักวิทยาศาสตร์ไทย 80 เรื่อง มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้นประมาณ
1,000 คน เป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวไทยประมาณ 750 คน
- The Second Princess Chulabhorn International
Science Congress (1992)
Environment, Science and Technology: The Challenges
of the 21 st Century
จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 6 พฤศจิกายน 2535 มีวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่
สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เนื่องในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาครบห้ารอบ
ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ทรงกำหนดเนื้อหาของการจัดประชุมเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
เนื่องจากสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงสนพระทัยและทรงเป็นผู้ริเริ่มดำเนินโครงการต่าง
ๆ ในด้านอนุรักษ์ธรรมชาติและสภาพแวดล้อม โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ
1,000 คน จากมากกว่า 38 ประเทศ เป็นชาวไทยประมาณ 800 คน มีการเสนอผลงานวิจัย
245 เรื่อง
- The Third Princess Chulabhorn International
Science Congress (1995)
Water and Development: Water is life
จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 15 ธันวาคม 2538 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ
50 ปี หัวข้อการจัดประชุมได้เน้นในเรื่อง น้ำและการพัฒนา ทั้งนี้เนื่องจากเป็นเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยและทรงมีพระปรีชาญาณอันล้ำลึก
เป็นที่ทราบกันดีในหมู่พสกนิกรชาวไทยและนักวิชาการทั่วโลกให้การยอมรับในพระปรีชาสามารถ
โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม 1,200 คน วิทยากรจากต่างประเทศ 46 คน มีผลงานวิจัยเสนอ
136 เรื่อง
- The Fourth Princess Chulabhorn International
Science Congress (1999)
Chemicals in the 21 st Century
จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน ถึง 2 ธันวาคม 2542 เพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลสมัยที่ทรงเจริญพระชมมายุครบ
6 รอบ การจัดประชุมครั้งนี้ เน้นในเรื่องบทบาทของสารเคมีที่จะเกิดขึ้นในศตวรรษใหม่ที่กำลังจะมาถึง
โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม 911 คน จาก 39 ประเทศ เป็นชาวไทยประมาณ 700 คน
มีการอภิปรายกลุ่มและการบรรยายพิเศษ10 หัวข้อ Symposia 17 หัวข้อ Minisymposia
5 หัวข้อ มีการเสนอผลงานวิจัย 241 เรื่อง และ Satellite Workshop Meeting
อีก 3 เรื่อง
กิจกรรมของโครงการทีอยู่ในระหว่างดำเนินการ
ได้แก่
- The Fifth Princess Chulabhorn International
Science Congress (2004)
The
Evolving Genetics and Its Global Impacts
จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นราชสักการะในมหามงคลสมัยที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ
ทรงมีพระชนมายุครบ 72 พรรษา สถาบันฯ จะจัดการประชุมวิทยาศาสตร์นานาชาติ
เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 5 หัวข้อ Evolving Genetics and Its Global
Impact ในระหว่างวันที่ 16-20 สิงหาคม 2547 ในการจัดประชุมครั้งสำคัญนี้
ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการประชุมในวันที่
16 สิงหาคม 2547 ซึ่ง ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์
อัครราชกุมารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ จะทรงมีพระดำรัสเปิดงาน
ตามด้วยปาฐกถาพิเศษของ ศาสตราจารย์ Harold Varmus, Nobel Laureate
การประชุม
PC V จะเน้นเกี่ยวกับเรื่องพันธุกรรม เนื่องจากการศึกษาวิจัยด้านพันธุกรรมมีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
มีการค้นพบรหัสพันธุกรรมของมนุษย์ สัตว์ พืชเศรษฐกิจ และจุลชีพบางชนิด
ความรู้ต่างๆ เหล่านี้มีคุณประโยชน์อย่างมหาศาลต่อมวลมนุษยชาติและสิ่งมีชีวิตในพิภพนี้
ในด้านการแพทย์ ความรู้ด้านพันธุกรรมจะนำไปสู่ความเข้าใจถึงกลไกการเกิดโรคซึ่งเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม
ทำให้การรักษาและพัฒนายาใหม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเฉพาะเจาะจง
ในด้านเศรษฐกิจ มีการศึกษาเพื่อพัฒนาสัตว์และพืชเศรษฐกิจที่มีความต้านทานโรค
มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น มีการสร้างวิตามินชนิดต่างๆ น้ำนม หรือฮอร์โมนบางชนิดเพิ่มขึ้น
เป็นต้น ในด้านพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม จะทำให้เข้าใจถึงผลกระทบของสารเคมีต่อสารพันธุกรรม
ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ เช่น มะเร็ง และความสัมพันธ์ของ genes กับสิ่งแวดล้อม
เป็นต้น จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ประเทศกำลังพัฒนาจะต้องก้าวให้ทันความก้าวหน้าในเรื่องนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย ซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์ที่มีความรู้และความสามารถเป็นจำนวนไม่น้อยที่จะสามารถนำวิทยาการด้านนี้มาพัฒนาประเทศ
และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรได้ หากมีโอกาสที่จะได้วิจัย และได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม
[ กลับไปด้านบน ] |
| 
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มศักยภาพของบุคลากรภายในประเทศด้าน
วิทยาศาสตร์ชีวภาพ โดยอาศัยความร่วมมือจากนักวิทยาศาสตร์ทั้งในและต่างประเทศ
ทำหน้าที่เป็นวิทยากรในการประชุมวิชาการที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์จัด ทั้งนี้
เพื่อพัฒนาความรู้และเทคนิคของนักวิทยาศาสตร์ไทยให้ทัดเทียมต่างประเทศจากการถ่ายทอดเทคนิคการวิจัย
การแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างนักวิทยาศาสตร์ด้วยกัน
[ กลับไปด้านบน ] |
| 
โครงการนี้
มุ่งจะให้นักวิทยาศาสตร์เคมีชาวไทยสามารถหาความรู้ และติดตามความก้าวหน้าในทางวิจัยด้านต่างๆ
เช่น ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เคมีอินทรีย์สังเคราะห์ และเภสัชเคมี เป็นต้น และเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้
ประสบการณ์ระหว่างนักวิทยาศาสตร์ไทยและต่างประเทศ
[ กลับไปด้านบน ] |
| 
ศูนย์พิษวิทยาสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรมนานาชาติ
(International Center for Environmental and Industrial Toxicology) |
| |
ศูนย์พิษวิทยาสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรมนานาชาติ
(International Center for Environmental and Industrial Toxicology)
จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการนำสารเคมีมาใช้ในชีวิตประจำวัน
ในการเกษตรและอุตสาหกรรมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่งผลกระทบด้านลบแก่สิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยน้อยที่สุด
ทรัพยากรบุคคลด้านพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม จึงนับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากอย่างหนึ่งในการพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน
เนื่องจากพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม
เป็นวิทยาการที่ค่อนข้างใหม่สำหรับ ประเทศไทย ดังนั้นการพัฒนาบุคลากรในด้านนี้จึงเป็นความต้องการเร่งด่วน
เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว โครงการพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม
จึงได้จัดประชุมฝึกอบรมสัมมนาอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่ปี 2531 และได้มีส่วนช่วยในการพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานของรัฐบาล
ได้แก่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย ทบวงมหาวิทยาลัย และภาคอุตสาหกรรม
จากผลงานที่ได้กระทำอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสถาบันฯจนถึงปัจจุบัน
ทำให้กิจกรรมด้านการศึกษาและฝึกอบรมโครงการนี้ เป็นที่รู้จักและยกย่องกันมากในวงการระหว่างประเทศ
และในปี 2533 ศูนย์พิษวิทยาสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรมนานาชาติ ได้รับการแต่งตั้งจากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ
(The United Nations Environment Programme [UNEP]) ให้เป็น ศูนย์แห่งความเป็นเลิศด้านพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม"
(Center of Excellence for Environmental and Industrial Toxicology)
จากความสำเร็จของศูนย์ฯ
ทำให้โครงการเพื่อการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ได้อนุมัติเงินทุนสนับสนุนการดำเนินโครงการเสริมสร้าง
ศักยภาพด้านพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีและการบริหารจัดการเพื่อการพัฒนาแบบยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
(Capacity Building in Environmental Toxicology, Technology and
Management to Promote Sustainable Development in Asia and the
Pacific) แก่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ในอันที่จะช่วยเสริมสร้างสมรรถนะขององค์กร
ในประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรซึ่งจะครอบคลุมไปถึงประเทศอื่นๆ
ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น มาเลเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิ สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ
เป็นต้น โดยมีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ปี 2540 ถึงปี 2544
ต่อมาสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
ได้รับเงินทุนสนับสนุนการดำเนินโครงการดังกล่าวจากมูลนิธิอาเซียน
(ASEAN Foundation) ตั้งแต่ปี 2545 ถึงปี 2546 ภายใต้การสนับสนุนดังกล่าว
สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ได้จัดการฝึกอบรมและสัมมนาทั้งที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
และการนำวิทยากรซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญไปจัดสัมมนาระดับผู้บริหารในประเทศที่อยู่ในภูมิภาค
ได้แก่ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สหภาพพม่า ราชอาณาจักรกัมพูชา
และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นต้น นับได้ว่าเป็นความร่วมมือที่สำคัญยิ่งที่ประเทศไทยได้ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนแก่ประเทศเพื่อนบ้าน
ที่ประสบปัญหาขาดแคลนงบประมาณและบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม
กิจกรรมต่าง ๆ ด้านการศึกษาและฝึกอบรมของศูนย์ฯ
ได้แก่
- โครงการฝึกอบรมระยะสั้น
การจัดการศึกษาฝึกอบรมในระยะแรกของการก่อตั้งสถาบันเน้นภาคทฤษฎี
โดยมุ่งให้เกิดประโยชน์แก่นักวิทยาศาสตร์จำนวนมาก การดำเนินกิจกรรมในโครงการได้รับการสนับสนุนจากนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของสถาบันทางการศึกษาและวิจัยในต่างประเทศ
และองค์การระหว่างประเทศ เพื่อช่วยวางรูปแบบและหลักการฝึกอบรม สำหรับโครงการการศึกษาฝึกอบรมในปัจจุบันได้เพิ่มภาคปฏิบัติมากขึ้น
ทั้งนี้เนื่องจากสถาบันฯ มีอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยโดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสาธารณรัฐเยอรมัน
ญี่ปุ่น และรัฐบาลไทย ที่สามารถนำมาใช้ในการวิจัยและงานวิชาการ ด้านการฝึกอบรมภาคปฏิบัติได้
นอกจากนี้ ยังมีการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการที่ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรสาขาพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมตามความต้องการของประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอีกด้วย
- โครงการจัดประชุมวิชาการนานาชาติ
การประชุมวิชาการนานาชาติมุ่งศึกษา แลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์
ส่งเสริมให้มีการนำผลการวิจัยด้านพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม และอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐาน
ไปประยุกต์ใช้ในการป้องกันสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม
ให้แก่บุคลากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเคมีทั้งภาครัฐ
และภาคอุตสาหกรรม นอกจากนั้นยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักวิจัยจากหน่วยงานของรัฐทั่วประเทศมีโอกาสพบปะและสานสัมพันธ์กับนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง
เพื่อแสวงหาความร่วมมือกันต่อไป โครงการจัดประชุมได้ดำเนินการมาแล้ว
2 ครั้ง คือ ครั้งแรกเมื่อปี 2534 ในหัวข้อ Environmental and Industrial
Toxicology: Research and Application และครั้งที่ 2 เมื่อปี 2539
ในหัวข้อ Environmental Toxicology: Research and its Application
- การเผยแพร่ข่าวสารข้อมูล
ในปี 2534 International Register of Potentially Toxic Chemicals
(IRPTC) ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ
ได้มอบข้อมูลด้านสารเคมี (Chemical Database) ระบบ IRPTC PC-System
ให้แก่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ นอกจาก IRPTC แล้ว กิจกรรมนี้บางส่วนในระยะเริ่มต้นได้รับการสนับสนุนจาก
Asian Development Bank (ADB) ปัจจุบันศูนย์พิษวิทยาฯ ให้บริการข้อมูลแก่หน่วยงานต่างๆ
ประมาณปีละกว่า 250 ครั้ง นอกเหนือจากการให้บริการแก่บุคลากรของสถาบันและผู้เข้าร่วมประชุมวิชาการต่างๆ
ที่สถาบันฯเป็นผู้จัด และนักศึกษาของโครงการบัณฑิตศึกษาด้วย
นอกจากนี้ ศูนย์พิษวิทยาฯ ได้จัดทำจุลสาร
ICEIT Newsletter ปีละ 4 ฉบับ สรุปข่าวสารที่สำคัญเกี่ยวกับพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม
รวมทั้งเทคโนโลยีชีวภาพและ จัดส่งให้แก่ผู้ที่สนใจทั้งในและต่างประเทศโดยไม่คิดมูลค่า
ทั้งนี้เพื่อเป็นการเผยแพร่ข่าวสารและข้อมูลให้กว้างขวางออกไปในหมู่นักวิชาการและประชาชนทั่วไป
ปัจจุบันมีสมาชิก 5,400 คนทั่วโลก จาก 112 ประเทศ
|
| |
|
โครงการบัณฑิตศึกษาสาขาพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม |
| |
สถาบันฯ
ตระหนักถึงความสำคัญของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีในด้านอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมซึ่งมีหลายสาขาวิชาชีพ
บุคลากรเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสารเคมีอย่างกว้างขวางและทุกแง่มุม
มีความเข้าใจขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับบทบาทและภาระหน้าที่ของตน รวมถึงบุคลากรสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเคมีได้อย่างถูกต้อง
ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการสารเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชนน้อยที่สุด
สถาบันฯ จึงได้วางแผนจัดทำโครงการบัณฑิตศึกษา พิษวิทยาสิ่งแวดล้อมเทคโนโลยี
และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Toxicology, Technology
and Management) ในการเปิดการสอนหลักสูตรซึ่งเป็นหลักสูตรแนวใหม่นี้
เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศกำลังพัฒนา สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติให้จัดทำหลักสูตรแนวใหม่
โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย และผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศร่วมเป็นคณะกรรมการร่างหลักสูตร
กิจกรรมนี้เป็นจุดเด่นของโครงการ Postgraduate Education, Training
and Research Program in Environmental Science, Technology and Management
ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลผ่านทบวงมหาวิทยาลัย ในโครงการเงินกู้จากธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย
โดยมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นแกนนำ หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรบัณฑิตศึกษาแนวใหม่และเป็นความร่วมมือของหลายสถาบัน
ได้แก่ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย
หลักสูตรนี้ได้เปิดรับนักศึกษาครั้งแรกเมื่อปี 2542
เป็นที่คาดหวังว่าหลักสูตรระดับปริญญาโท-เอก
สาขาพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม
(Environmental Toxicology, Technology and Management) จะเป็นประโยชน์ไม่แต่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น
ประเทศที่กำลังพัฒนาอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะได้รับประโยชน์ด้วย
|
[ กลับไปด้านบน ] |
| 
นอกจากกิจกรรมทางวิชาการที่กล่าวมาแล้วนั้น
สำนักวิชาการได้จัดปาฐกถาเฉลิมพระเกียรติ (Princess Chulabhorn Distinguished
Lecture Series) และได้มีการจัดตั้งกองทุนปาฐกถา สนับสนุนการจัดปาฐกถา
เพื่อเป็นวิทยาทาน นับได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อวงการวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์การแพทย์ของประเทศไทยอย่างยิ่ง
เพราะเป็นกิจกรรมที่จัดทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีการบรรยายทางวิชาการมาแล้ว
2 ครั้ง หัวข้อการบรรยายในแต่ละครั้งสอดคล้องกับเหตุการณ์ในขณะนั้น
เพื่อก่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่องนั้น ๆ มากยิ่งขึ้น
ปาฐกถาเฉลิมพระเกียรติครั้งที่
1 เพื่อเทิดพระเกียรติและเฉลิมฉลองในวโรกาสที่ศาสตราจารย์
ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ทรงมีพระชนมพรรษาครบ
3 รอบ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2536 โดยมีวิทยากรรับเชิญระดับรางวัลโนเบล
3 ท่าน บรรยายในหัวข้อเรื่องต่างๆ ดังนี้
- How to Win a Nobel Prize-
A Personal Case History โดย Professor D.H.R. Barton
- Protein Crystallography
at the Interface of Chemistry, Physics and Biology โดย Professor
R. Huber
- Hepatitis B Virus and the
Prevention of Primary Cancer of the Liver โดย Professor B.S.
Blumberg
ปาฐกถาเฉลิมพระเกียรติครั้งที่
2 องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ทรงเล็งเห็นว่า
ปัญหาโรคมะเร็งจะทวีคูณในอนาคต จำเป็นต้องเร่งการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์และการแพทย์
ให้มีเพียงพอทั้งปริมาณและคุณภาพ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์จึงได้จัดปาฐกถาในหัวข้อเรื่อง
Cancer: From molecular biology to treatment ในวันที่ 2
ธันวาคม 2539 ประกอบด้วยหัวข้อเรื่องต่อไปนี้
- Tyrosine Kinases and Cancer
โดย Professor David Baltimore (นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล) จาก
American Cancer Society, Department of Biology Massachusetts
Institute of Technology สหรัฐอเมริกา
- Cancer Treatment: The Basis
for Current Failures, Possibilities for Future Successes โดย
Dr. Frederick F. Becker, Vice President for Research of The
University of Texas, MD Anderson Cancer Center สหรัฐอเมริกา
- Cancer Susceptibility Genes-
Windows into Cancer โดย Dr. Richard Klausner, Director of National
Cancer Institute สหรัฐอเมริกา
[ กลับไปด้านบน
] |
|
บทสรุป
ด้วยพระปณิธานขององค์ประธานในการส่งเสริมการนำสารเคมีมาใช้ในการพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน
นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกยอมรับในหลักการนี้จึงยินดีที่จะให้ความร่วมมือ กิจกรรมของสถาบันฯ
ที่ได้รับความสำเร็จเป็นอย่างสูงคือ โครงการ
Capacity Building in Environmental Toxicology, Technology and Management
to Promote Sustainable Development in Asia and the Pacific
โดยเฉพาะในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามที่ยอมรับว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
และรัฐบาลสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประสงค์จะสานสัมพันธ์ในระดับทวิภาคี
หลังจากโครงการเสร็จสิ้นแล้ว นอกจากนั้น มูลนิธิอาเซียน (ASEAN Foundation)
ยังให้การสนับสนุนกิจกรรมในลักษณะนี้ต่ออีก 2 ปี จากการประชุมเครือข่ายความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเลเซีย และราชอาณาจักรกัมพูชา ให้ความสนใจที่จะเข้าร่วมมือกับสถาบันฯ
เพื่อจัดการฝึกอบรมในประเทศของตนด้วย ขณะนี้กรมวิเทศสหการได้ให้การสนับสนุนโครงการความร่วมมือที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ดำเนินการให้แก่
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
สำนักวิชาการได้ดำเนินกิจกรรมทางวิชาการต่างๆ
เพื่อสนองพระปณิธานและพระนโยบายที่ทรงมีพระประสงค์จะเห็นประเทศไทยมีการพัฒนาทางเทคโนโลยีก้าวทันอารยประเทศ
และการได้เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดเทคโนโลยีต่างๆ ในระดับภูมิภาค
[ กลับไปด้านบน
]
|
ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่
สำนักวิชาการ
สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
โทร. 0-2 574 0622 ต่อ 1610 หรือ
E-mail: ac@tubtim.cri.or.th |